ยิม BJJ ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ
กลับไปยังบล็อก

ยิม BJJ ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

Sr
Srichan MuayThai
1 นาทีอ่าน

# ยิม BJJ ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ ตามธรรมเนียมแล้ว กรุงเทพฯ มักจะถูกนึกถึงในเรื่องของมวยไทยเป็นหลัก แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา วงการบราซิลเลียนยิวยิตสู (BJJ) ในเมืองหลวงแห่งนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อค่ะ จนตอนน

ยิม BJJ ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

ตามธรรมเนียมแล้ว กรุงเทพฯ มักจะถูกนึกถึงในเรื่องของมวยไทยเป็นหลัก แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา วงการบราซิลเลียนยิวยิตสู (BJJ) ในเมืองหลวงแห่งนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อค่ะ จนตอนนี้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการฝึกซ้อมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปแล้ว ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มต้นหรือเป็นสายสีที่กำลังมองหาคู่ซ้อมฝีมือดี คุณจะสามารถพบกับการสอนระดับโลกได้ที่นี่แน่นอนค่ะ

ดิฉันได้เห็นชุมชนนักสู้นี้เติบโตขึ้นจากกลุ่มเล็กๆ เพียงไม่กี่กลุ่ม จนกลายเป็นเครือข่ายอะคาเดมี่ระดับสูง และนี่คือรายชื่อสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการฝึก BJJ ในกรุงเทพฯ ที่ดิฉันรวบรวมมาให้ค่ะ

วงการ BJJ ในกรุงเทพฯ

กิจกรรม BJJ ส่วนใหญ่จะรวมตัวกันอยู่ในย่านสุขุมวิท ระหว่างอโศกถึงพระโขนงค่ะ ย่านนี้เปรียบเสมือนหัวใจของเมืองสำหรับชาวต่างชาติและนักเดินทาง และเป็นจุดที่คุณสามารถเดินทางไปยังยิมต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายที่สุดด้วยรถไฟฟ้า BTS

บรรยากาศในยิมเหล่านี้ต้อนรับผู้มาเยือนอย่างอบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อค่ะ เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการเดินทางที่สำคัญ ครูฝึกและนักเรียนจึงคุ้นเคยกับผู้คนที่แวะเวียนมาซ้อมเพียงไม่กี่วันหรือสัปดาห์ คุณจะได้พบกับเหล่านักสู้สายดำ คนในพื้นที่ที่มาซ้อมเป็นงานอดิเรก และนักเดินทางจากทั่วโลกที่มาฝึกซ้อมร่วมกันค่ะ


ยิม BJJ ชั้นนำในกรุงเทพฯ

1. Arete BJJ (พร้อมพงษ์)

Arete ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์ค่ะ เป็นหนึ่งในอะคาเดมี่ที่ได้รับความนับถือมากที่สุดในไทย นำทีมโดย มิตสึฮิโระ ชิโนดะ (Mitsuhiro Shinoda) ที่นี่จะเน้นเรื่องความแม่นยำทางเทคนิคมากกว่าการใช้พละกำลังเพียงอย่างเดียวค่ะ

  • บรรยากาศ: เน้นเทคนิคและให้เกียรติกัน
  • เหมาะสำหรับ: คนที่ต้องการเรียนรู้รายละเอียดทางเทคนิคอย่างลึกซึ้ง ในสถานที่ที่สะอาดและเป็นมืออาชีพ
  • สถานที่: สุขุมวิท ซอย 26

2. Bangkok Fight Lab (พระโขนง)

Bangkok Fight Lab เป็นสถานที่ขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนแคมป์ฝึกซ้อมระดับมืออาชีพค่ะ โปรแกรม BJJ ของที่นี่แข็งแกร่งมาก มีพื้นที่เบาะกว้างขวาง และเน้นทั้งการฝึกแบบใส่ชุด (Gi) และไม่ใส่ชุด (No-Gi) เนื่องจากที่นี่เป็นยิม MMA ด้วย การซ้อมจึงอาจจะมีความเข้มข้นค่อนข้างสูงค่ะ

  • บรรยากาศ: เต็มไปด้วยพลังและการแข่งขัน
  • เหมาะสำหรับ: นักสู้ที่ต้องการการซ้อมที่หนักแน่นและการปล้ำสไตล์ MMA
  • สถานที่: สุขุมวิท ซอย 69

3. EMAC - Elite Martial Arts Center (เอกมัย)

EMAC มีชื่อเสียงในด้านวิธีการสอนที่เป็นระบบค่ะ เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะหลักสูตรถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณไม่รู้สึกสับสน นอกจากนี้ที่นี่ยังมักจะจัดสัมมนาดีๆ โดยนักสู้ระดับโลกอยู่บ่อยครั้งค่ะ

  • บรรยากาศ: เน้นการศึกษาและเป็นกันเอง
  • เหมาะสำหรับ: ผู้เริ่มต้นที่ต้องการเส้นทางการพัฒนาที่ชัดเจน
  • สถานที่: ใกล้ BTS เอกมัย

4. Fight Nation (สุขุมวิท 11)

ตั้งอยู่ใจกลางสุขุมวิท ซอย 11 เลยค่ะ Fight Nation มีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง BJJ มวยไทย และมวยสากล การสอน BJJ ของที่นี่ถือว่ายอดเยี่ยมมาก และเป็นจุดยอดนิยมสำหรับชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในย่านใจกลางกรุงเทพฯ ค่ะ

  • บรรยากาศ: เน้นการเข้าสังคมและมีความหลากหลาย
  • เหมาะสำหรับ: ใครก็ตามที่พักอยู่ย่านสุขุมวิทตอนกลางและต้องการความรู้สึกแบบชุมชนที่แข็งแกร่ง
  • สถานที่: สุขุมวิท ซอย 11

5. Evolve MMA (สุขุมวิท 26)

Evolve เป็นชื่อที่โด่งดังในวงการศิลปะการต่อสู้ของเอเชียค่ะ สาขาในกรุงเทพฯ ของพวกเขาให้บริการในสภาพแวดล้อมที่หรูหรา พร้อมครูฝึกที่มักจะเป็นแชมป์โลก แม้จะเป็นตัวเลือกที่มีราคาสูงกว่าที่อื่น แต่สิ่งอำนวยความสะดวกที่นี่ก็ถือว่าอยู่ในระดับพรีเมียมค่ะ

  • บรรยากาศ: หรูหราและระดับสูง
  • เหมาะสำหรับ: คนที่ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ห้องอาบน้ำ ล็อกเกอร์ และห้องแอร์ ในขณะที่ได้ฝึกซ้อมกับเหล่าแชมป์โลก
  • สถานที่: สุขุมวิท ซอย 26

6. Elite Fight Club (พร้อมพงษ์)

Elite Fight Club สร้างสมดุลระหว่างสภาพแวดล้อมการฝึกซ้อมที่จริงจังกับบรรยากาศแบบไลฟ์สไตล์ค่ะ โปรแกรม BJJ ของที่นี่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และตัวยิมเองก็มีความสวยงาม มีทั้งสระว่ายน้ำกลางแจ้งและคาเฟ่ให้บริการค่ะ

  • บรรยากาศ: สมดุลและหรูหรา
  • เหมาะสำหรับ: การฝึกซ้อมอย่างหนักแล้วพักผ่อนในบรรยากาศที่ดี
  • สถานที่: สุขุมวิท ซอย 39 (อาคารวอเตอร์ฟอร์ด ไดมอนด์)

7. Super Kick BJJ / BJJ Bangkok (ลาดพร้าว)

ยิมนี้จะให้ความรู้สึกที่เป็นกันเองมากกว่าจุดอื่นๆ ในย่านสุขุมวิทค่ะ เป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมในการสัมผัสวงการ BJJ ในท้องถิ่น และมีชื่อเสียงในการสร้างนักกีฬาที่แข็งแกร่งค่ะ

  • บรรยากาศ: ขับเคลื่อนด้วยชุมชนและฝึกซ้อมกันอย่างหนัก
  • เหมาะสำหรับ: ใครก็ตามที่พักอยู่นอกเขตท่องเที่ยวหลักและต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่แท้จริง
  • สถานที่: ลาดพร้าว ซอย 80

8. JKS BJJ (บางแสน / เขตติดต่อกรุงเทพฯ)

JKS อาจจะอยู่ไกลออกไปสักหน่อย แต่เป็นฐานที่มั่นสำคัญสำหรับผู้ที่อยู่ในย่านบางนาค่ะ พวกเขามีโปรแกรมการฝึกแบบใส่ชุด (Gi) ที่แข็งแกร่งมากและมีทีมที่แน่นแฟ้น

  • บรรยากาศ: เน้นเทคนิคและมีระเบียบวินัย
  • เหมาะสำหรับ: นักสู้สาย Gi ที่จริงจัง

9. Q23 Academy (สุขุมวิท 23)

Q23 เป็นอะคาเดมี่ขนาดเล็กใจกลางย่านอโศกค่ะ เน้นการสอนที่มีคุณภาพสูงและบรรยากาศที่ต้อนรับเป็นอย่างดี เหมาะมากหากคุณรู้สึกว่ายิมขนาดใหญ่ดูจะวุ่นวายเกินไปค่ะ

  • บรรยากาศ: เป็นส่วนตัวและเป็นกันเอง
  • เหมาะสำหรับ: คนทำงานในย่านอโศกที่ชอบการเรียนคลาสเล็กๆ
  • สถานที่: สุขุมวิท ซอย 23

10. Bangkok BJJ (สุขุมวิท 49)

อะคาเดมี่แห่งนี้มีประวัติอันยาวนานในเมืองไทยค่ะ มีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติ การสอนมีมาตรฐานที่มั่นคงและมีกลุ่มนักเรียนที่เหนียวแน่นมากค่ะ

  • บรรยากาศ: ดั้งเดิมและเป็นกันเอง
  • เหมาะสำหรับ: คนที่อยู่ในย่านทองหล่อหรือพร้อมพงษ์

BJJ สำหรับผู้หญิงและเด็กในกรุงเทพฯ

วงการ BJJ ในกรุงเทพฯ มีความหลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ ยิมขนาดใหญ่ส่วนใหญ่อย่าง Arete, Fight Lab และ Evolve ต่างมีโปรแกรมสำหรับเด็กซึ่งยอดเยี่ยมมากในการสร้างระเบียบวินัยและความแข็งแรงของร่างกาย

สำหรับผู้หญิง ชุมชนก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกันค่ะ แม้ว่าคลาสส่วนใหญ่จะเป็นแบบเรียนรวมชายหญิง แต่หลายยิมก็มีการจัดคลาส Open Mat สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ บรรยากาศโดยทั่วไปให้เกียรติกันมาก และครูฝึกก็เก่งในการทำให้ทุกคนรู้สึกสบายใจค่ะ หากคุณเป็นผู้หญิงที่เดินทางคนเดียว ไม่ต้องลังเลที่จะแวะเข้ามานะคะ คุณจะได้พบกับกลุ่มเพื่อนที่พร้อมสนับสนุนคุณแน่นอนค่ะ


วงการการแข่งขัน

หากมีการแข่งขันจัดขึ้นในช่วงที่คุณอยู่ในเมือง การแวะไปดูก็เป็นสิ่งที่คุ้มค่าค่ะ วงการนี้มีความคึกคักมาก โดยมีรายการใหญ่จัดขึ้นทุกปี:

  1. Copa de Bangkok: หนึ่งในรายการแข่งขันที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  2. Siam Cup: งานที่เต็มไปด้วยพลังงานซึ่งดึงดูดนักสู้จากทั่วภูมิภาค
  3. ADCC Thailand: สำหรับแฟน No-Gi ทาง ADCC มักจะมีการจัดการแข่งขันคัดเลือกหรือรายการโอเพ่นในเมืองอยู่เป็นระยะค่ะ

การลงแข่งที่นี่เป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครค่ะ พลังงานในงานสูงมากและระดับฝีมือก็ดีอย่างน่าประหลาดใจ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการพบปะกับชุมชนนักสู้ในวงกว้างค่ะ


แหล่งซื้ออุปกรณ์ BJJ ในกรุงเทพฯ

หากคุณต้องการชุด Gi ใหม่หรือกางเกงซ้อม คุณมีตัวเลือกดังนี้ค่ะ:

  • FBT Sports Complex (รามคำแหง): ห้างกีฬาขนาดใหญ่นี้มักจะมีอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับ BJJ และ MMA ค่ะ
  • Bull Terrier / Isami Thailand: บางยิมจะนำเข้าแบรนด์เฉพาะทางจากญี่ปุ่นอย่าง Isami ซึ่งมีคุณภาพสูงและหาซื้อได้ยากค่ะ
  • ร้านค้าในยิม: ยิมส่วนใหญ่ (Arete, Fight Lab, Evolve) จะขายอุปกรณ์แบรนด์ของตัวเอง ซึ่งมักจะเป็นของคุณภาพดีและเหมาะสำหรับซื้อเป็นของที่ระลึกค่ะ
  • ออนไลน์: แบรนด์ท้องถิ่นอย่าง Knuckle Dragger มักจะขายผ่านทาง Instagram ค่ะ

ราคา: สิ่งที่ควรคาดหวัง

BJJ ในกรุงเทพฯ อาจจะไม่ถูกเท่ากับอาหารข้างทาง แต่ก็ถือว่าราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์กหรือลอนดอนค่ะ

  • ค่าซ้อมรายครั้ง (Drop-in): 600 ถึง 900 บาทต่อคลาส
  • บัตรผ่านรายสัปดาห์: 2,000 ถึง 3,500 บาท
  • สมาชิกรายเดือน: 3,500 ถึง 5,500 บาท สำหรับคลาสไม่จำกัด
  • คลาสส่วนตัว: 2,000 ถึง 4,000 บาทต่อชั่วโมง

หลายยิมจะมีส่วนลดให้หากคุณสมัครสมาชิกแบบ 3, 6 หรือ 12 เดือนค่ะ


คำแนะนำในการฝึกซ้อมที่กรุงเทพฯ

1. ความร้อน

ยิม BJJ ส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ไม่ได้เปิดแอร์บนเบาะซ้อมค่ะ การซ้อมในชุด Gi เมื่ออุณหภูมิ 34 องศาเซลเซียสนั้นถือว่าหนักเอาการ คุณจะเหงื่อออกมากกว่าที่เคยเป็นมา ดังนั้นอย่าลืมเตรียมน้ำดื่มขวดใหญ่และเกลือแร่มาด้วยนะคะ

2. สุขอนามัย

สภาพอากาศเขตร้อนทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อทางผิวหนังได้ง่ายค่ะ ควรอาบน้ำทันทีหลังจบการซ้อม ยิมส่วนใหญ่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดี แต่ควรนำผ้าขนหนูมาเอง และซักชุด Gi ทุกครั้งหลังการซ้อมทุกรอบ ห้ามยกเว้นนะคะ

3. การจราจร

การจราจรในกรุงเทพฯ ค่อนข้างหนาแน่นค่ะ ถ้ายิมอยู่ห่างออกไป 5 กม. อาจใช้เวลาถึง 45 นาทีโดยแท็กซี่ แนะนำให้ใช้ BTS หรือ MRT เมื่อทำได้ค่ะ ซึ่งยิมส่วนใหญ่ก็มักจะตั้งอยู่ใกล้สถานีด้วยเหตุผลนี้เอง

4. การให้เกียรติ

วัฒนธรรมไทยให้ความสำคัญกับความสุภาพมากค่ะ แม้ว่า BJJ จะมาจากบราซิล แต่ยิมที่นี่มักจะใช้ขนบธรรมเนียมท้องถิ่นผสมผสานไปด้วย การไหว้ครูฝึกและเพื่อนร่วมซ้อมเพียงเล็กน้อยจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีได้มากเลยค่ะ


การฟื้นฟูร่างกายและอาหาร

กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในเมืองที่ดีที่สุดสำหรับการฟื้นฟูร่างกายค่ะ

นวดไทย

การนวดไทยแบบดั้งเดิมเปรียบเสมือน "โยคะสำหรับคนขี้เกียจ" และยอดเยี่ยมมากในการคลายกล้ามเนื้อไหล่ที่ตึงหลังการซ้อม นวด 1 ชั่วโมงปกติจะราคาประมาณ 300 ถึง 600 บาท ลองถามหา "นวดไทย" ดูนะคะ

ออนเซ็นและซาวน่า

มีออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นระดับพรีเมียมมากมายในเมืองค่ะ Yunomori Onsen & Spa ในสุขุมวิท 26 เป็นสถานที่โปรดยอดนิยมเลยค่ะ การแช่สลับระหว่างน้ำร้อนและน้ำเย็นเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการฟื้นฟูร่างกายค่ะ

อาหารเสริมพลังการฝึกซ้อม

คุณต้องการอาหารที่ดีเพื่อสู้กับความร้อนค่ะ

  • คาเฟ่เพื่อสุขภาพ: สถานที่อย่าง Vibe Coffee หรือ Broccoli Revolution นั้นยอดเยี่ยมมากค่ะ
  • อาหารท้องถิ่น: ข้าวมันไก่ หรือ ไก่ย่าง เป็นตัวเลือกที่มีโปรตีนสูงชั้นดี ราคาถูก และหาได้ง่ายทั่วไปค่ะ

บทสรุป

กรุงเทพฯ ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่แท้จริงสำหรับเหล่านักสู้แล้วค่ะ คุณภาพของการสอนนั้นเทียบเท่ากับสิ่งที่คุณจะพบในสถานที่อย่างริโอเลยทีเดียว ไม่ว่าคุณจะต้องการความแม่นยำทางเทคนิคที่ Arete หรือความเข้มข้นที่ Fight Lab คุณจะพบบ้านสำหรับการฝึกซ้อมของคุณที่นี่แน่นอนค่ะ

เตรียมชุด Gi ของคุณให้พร้อม เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับความร้อน และขอให้สนุกกับชุมชนนักสู้ที่นี่นะคะ

แชร์บทความนี้