โภชนาการเพื่อฟิตเนสในไทยแบบไม่จ่ายราคานักท่องเที่ยว
กลับไปยังบล็อก

โภชนาการเพื่อฟิตเนสในไทยแบบไม่จ่ายราคานักท่องเที่ยว

Sr
Srichan MuayThai
1 นาทีอ่าน

คู่มือกินดีราคาประหยัดในไทย สำหรับคนที่ซ้อมฟิตเนสเป็นประจำ มีทั้งแหล่งโปรตีนราคาถูก เมนูที่เหมาะกับการฝึก และทริคคุมค่าอาหารในภูเก็ต

ประเทศไทยเป็นประเทศที่กินถูกได้จริง ถ้าคุณกินแบบคนท้องถิ่น แต่พอเดินเข้าโซนร้านอาหารในโรงแรม คาเฟ่อาหารสุขภาพแถวชายหาด หรือบริการ meal prep สายฟิตเนสในภูเก็ต ค่าอาหารจะพุ่งขึ้นทันที ระหว่างผัดกะเพรา 60 บาทที่แผงตลาดกับไก่ย่างกินคู่ควินัว 280 บาทในคาเฟ่สุขภาพ ความต่างนั้นชัดมาก และสำหรับคนที่ซ้อมเป็นประจำ ค่าอาหารสำคัญพอๆ กับค่าสมาชิกยิม

โปรตีนในประเทศไทยหาง่ายกว่าที่คิด

ถ้ารู้ว่าต้องหาอะไรที่ไหน การกินโปรตีนสูงในไทยง่ายกว่าหลายประเทศ อาหารไทยส่วนใหญ่ใช้ไก่ หมู ปลา และไข่เป็นวัตถุดิบหลักอยู่แล้ว ปัญหาคือร้านในโซนท่องเที่ยวมักใส่เนื้อสัตว์น้อยกว่า และเติมข้าวหรือเส้นเยอะกว่าเมนูเดียวกันที่ทำให้คนไทย วิธีแก้คือไปกินที่ที่คนไทยกินกันจริงๆ

ของกินในตลาด

ตลาดเช้าในแต่ละย่านของภูเก็ต เช่น Talad Kaset ในตัวเมืองภูเก็ต ตลาดฉลอง และตลาดสดหลังหาดในหาน จะมีทั้งกับข้าวพร้อมกินและผักผลไม้สด ข้าวมัน ไก่ย่าง gai yang จากแผงตลาดมักอยู่ที่ 40-60 บาทต่อไก่หนึ่งส่วนสี่ ถุงข้าวเปล่าก็แค่ 10 บาท นี่คือวิธีกินโปรตีนให้พอในไทยที่ประหยัดที่สุด และคุณภาพมักดีกว่าร้านอาหารเพราะของขายหมดไว

ไก่อบทั้งตัวตามตลาดสดไทยมักอยู่ประมาณ 180-220 บาท และกินได้สองมื้อสำหรับหนึ่งคน หรือแบ่งเป็นโปรตีนหลักของสองคนในมื้อเดียว ถ้าไม่อยากทำอาหารเอง นี่คือแหล่งโปรตีนที่คุ้มค่าที่สุดในภูเก็ต

ไข่

ไข่ถูก มาตรฐานดี และหาซื้อได้แทบทุกที่ แผงไข่ 30 ฟองที่ตลาดหรือใน Lotus/Big C ราคาอยู่ราว 130-150 บาท ออมเล็ตสองฟองจากร้านตลาดอยู่ที่ 30-40 บาท ไข่เจียวหมูสับใส่ใบกะเพรา, khai jeow, ราคา 50-60 บาท และให้โปรตีนมากกว่าหลายเมนูที่ติดป้าย protein breakfast ตามคาเฟ่ฟิตเนส แต่ถูกกว่าหลายเท่า

ร้านสะดวกซื้อ

7-Eleven และ Family Mart ในไทยมีตัวเลือกอาหารดีกว่าร้านสะดวกซื้อฝั่งตะวันตก ของที่ควรมองหาได้แก่ ไข่ต้มสองฟอง 20 บาท ข้าวอกไก่จากตู้ร้อน 45-60 บาท แซนด์วิชไก่สไตล์ญี่ปุ่น 35-45 บาท และเครื่องดื่มโปรตีนจาก Whey+ หรือแบรนด์ไทยท้องถิ่น 50-90 บาท ข้าวจากตู้ร้อนของ 7-Eleven เป็นมื้อที่โอเคมากเวลาคุณอยู่ระหว่างการฝึกและต้องการอะไรเร็วๆ

คาร์บรอบการฝึก

ข้าวคือคาร์บหลักของไทย และเหมาะกับโภชนาการการฝึกมาก ความกังวลเรื่องข้าวขาวไม่ดีไม่ค่อยมีน้ำหนัก ถ้าส่วนที่เหลือของอาหารคุณคือผักกับโปรตีนลีน และคุณซ้อมวันละสองรอบ ข้าวหอมมะลิไทยมีดัชนีน้ำตาลสูงกว่าข้าวกล้อง แต่สำหรับคนที่ออกกำลังกายหนัก เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

ผลไม้ที่นี่มีเยอะและราคาดี มะละกอหรือแตงโมหั่นพร้อมกินในตลาดราคา 30-50 บาท กล้วยมีหลายแบบ ทั้ง kluai khai ลูกเล็กสีเหลือง และ kluai nam wa ลูกใหญ่ ราคาถูกมาก แค่ 10-20 บาทต่อหวี มะม่วงตามฤดูกาล ช่วงประมาณมีนาคมถึงพฤษภาคม หาซื้อได้ทั่วไปที่ 30-60 บาทต่อกิโล

ถ้ามีครัว ให้ทำอะไรบ้าง

อพาร์ตเมนต์แบบ serviced และที่พักระยะยาวส่วนใหญ่ในภูเก็ตมีครัวเล็กอย่างน้อยหนึ่งชุด ถ้าคุณมีเตาและหม้อหุงข้าว หรือแม้แต่ไมโครเวฟ ค่าอาหารที่ดีจะลดลงเยอะมาก

ถ้าไปซื้อของที่ Makro ซึ่งเป็นร้านขายส่งสไตล์ไทย หรือ Lotus บนถนนบายพาสฉลอง คุณจะได้ไก่ทั้งตัวที่ 70-90 บาทต่อกิโล ไข่ ผัก เต้าหู้ 20-30 บาทต่อก้อน และปลาทูน่ากระป๋อง 30-40 บาทต่อกระป๋อง ในราคาที่ต่ำกว่าอาหารปรุงสำเร็จมาก ถ้าทำอาหารเอง ค่าอาหารรายสัปดาห์ของหนึ่งคนที่กินเพื่อฟิตเนสอาจอยู่แค่ 1,500-2,500 บาท แทนที่จะเป็น 5,000-8,000 บาทขึ้นไปถ้ากินร้านอาหารหรือคาเฟ่สุขภาพทุกมื้อ

อาหารไทยที่เหมาะกับการฝึก

อาหารไทยบางอย่างเหมาะกับการฝึกมากเป็นพิเศษ ต้มยำ ที่ได้โปรตีนจากกุ้งหรือไก่ ไขมันไม่มาก และเป็นซุปร้อนๆ ช่วยเรื่องการดื่มน้ำ เป็นมื้อหลังซ้อมที่ดีมาก ลาบหมู มีโปรตีนสูง คาร์บไม่มาก และหากินได้ในร้านอาหารอีสานหรือร้านไทยเหนือแทบทุกแห่งในภูเก็ต ข้าวมันไก่คือชุดโปรตีนกับคาร์บที่สะอาดที่สุดแบบหนึ่งในอาหารไทย กินง่าย ย่อยง่าย และมีเกือบทุก food court กับตลาด

อีกเมนูที่ไว้ใจได้คือผัดกะเพรา ถ้าอยากได้เผ็ดนิดๆ แต่ยังไม่ชินความเผ็ดมาก ให้บอกว่า "เผ็ดนิดหน่อย" จานมาตรฐานพร้อมข้าวในร้านท้องถิ่นมักอยู่ที่ 60-80 บาท

ควรเลี่ยงอะไร

ของที่ชัดเจนก็มีอยู่แล้ว ของทอดในจุดท่องเที่ยวซึ่งแพงและใช้น้ำมันคุณภาพต่ำ เครื่องดื่มหวานของไทย เช่น ชาเย็นกับกาแฟไทยใส่นมข้นหวาน และกับดักราคาในร้าน health food ที่ตั้งตัวเองเป็นฟิตเนสคาเฟ่ ร้านแบบนี้ในป่าตองหรือกะตะมักคิด 250-400 บาทต่อมื้อ สำหรับแมคโครเดียวกับจานตลาดข้างๆ ที่ 70 บาท เพียงแค่จัดจานให้ดูดีขึ้นสำหรับ Instagram

แอลกอฮอล์กับการฝึกไม่ใช่เพื่อนกันอยู่แล้ว และเบียร์ราคาถูกในไทยก็ทำให้เผลอพลาดได้ง่าย Chang หรือ Singha ที่บาร์อยู่ราว 80-120 บาท ส่วนที่ 7-Eleven กระป๋องหนึ่งจะอยู่ประมาณ 45-60 บาท ถ้าคุณซ้อมจริงจัง ผลของแอลกอฮอล์ต่อคุณภาพการนอน การฟื้นตัว และสัดส่วนร่างกาย ก็เหมือนเดิมไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก

อาหารเสริมในไทย

โปรตีนผงและอาหารเสริมพื้นฐานมีขายในไทย แต่ราคามักสูงกว่าการสั่งจากยุโรปหรือสหรัฐพอสมควร เวย์ 2 กิโลของแบรนด์ไทยอย่าง XTrainer หรือ Amix ที่กระจายขายในประเทศ มักอยู่ที่ 1,500-2,500 บาท แบรนด์สากลที่ Watsons, GNC หรือร้านอาหารเสริมใน Big C และ Lotus จะยิ่งแพงกว่า ถ้าคุณใช้โปรตีนเสริมเป็นประจำ การพกมาจากบ้านหรือสั่งแบรนด์ไทยราคาดีกว่าจาก Lazada เป็นทางเลือกที่คุ้มกว่า

ครีเอทีน วิตามินพื้นฐาน และน้ำมันปลา หาซื้อได้ง่ายที่ Boots Pharmacy, Watsons และร้านอาหารเสริมทั่วไปในราคาสมเหตุสมผล ส่วนอิเล็กโทรไลต์ก็มีขายเยอะมาก ซึ่งสำคัญเพราะเหงื่อออกเยอะเวลาออกกำลังกายในอากาศร้อนแบบไทย ตัวเลือกที่ถูกที่สุดคือซองเกลือแร่สำหรับดื่มชดเชยน้ำจากร้านขายยา ราคาแค่ 15-25 บาทต่อซอง

อ่านต่อเรื่อง กีฬาทางน้ำในภูเก็ต หรือดูว่า แอปฟิตเนสตัวไหนใช้ได้จริงในไทย บ้าง

อย่าลืมแวะดู ชมรมวิ่ง และหา คาวอร์กกิ้งสำหรับทำงานทางไกล ที่เหมาะกับตารางของคุณ

ถ้าอยากวางแผนชีวิตสายแอคทีฟต่อ ลองดูคู่มือ กีฬาทางน้ำเพื่อฟิตเนส และ แอปติดตามความก้าวหน้า เพิ่มเติม

แชร์บทความนี้